[PRIMO Tech-a-Break]  เลิกบ่นว่าเสียเวลาถ้าไม่ได้ Task! : เปลี่ยน Mindset การประชุม ให้เป็น Dev สาย Context-Driven

ยอมรับกันตรงๆ ไหมครับ? ว่าบ่อยครั้งเวลา Dev อย่างเราเดินออกจากห้องประชุม สิ่งที่เราบ่นกับเพื่อนคือ สรุปเรียกมาทำไมวะ? ไม่เห็นมี Task อะไรให้ทำเลย” หรือ คุยกันตั้งนาน สรุปให้กูทำอะไร? เสียเวลาเขียนโค้ดชิบหาย” 

เรามักจะคาดหวังว่า Meeting ที่ดี = Meeting ที่จบแล้วได้ Ticket ที่เขียน Spec มาเป๊ะ ๆ ว่าต้องแก้ไฟล์ไหน บรรทัดที่เท่าไหร่ แต่หารู้ไม่ว่า… นั่นคือ Mindset ที่กำลังขังเราไว้เป็นแค่ “Coder” ไม่ใช่ “Software Engineer” 

จริงๆ แล้วการประชุมที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การป้อน Task ใส่ปากเรา แต่คือการ Sync “Context”

วันนี้ผมเลยอยากชวนทุกคนมา Refactor ความคิด ตัวเองกันใหม่ ว่าทำไมเราถึงควรเลิกโหยหา Task แล้วหัดมองหา "The Why" ในห้องประชุมแทน

  1. “Context, Not Control” (หยุดรอคำสั่ง แล้วเริ่มหา Business Logic)

อันนี้คือ Culture ของ Netflix ที่น่าสนใจมาก 

 The Exception: เรามักหงุดหงิดเวลา Business หรือ PM อธิบายภาพกว้าง ๆ เวิ่นเว้อ แล้วเราก็คิดในใจว่า ข้ามไปตอนสั่งงานเลยได้ป่ะ?” 

 The Fix: ใจเย็นก่อน… การที่เขาไม่ออกคำสั่ง แต่พยายามเล่าที่มาที่ไป นั่นคือเขากำลังให้ “Context” หน้าที่ของคุณไม่ใช่การรอรับคำสั่ง แต่คือการ Inject Context นั้นเข้าสมอง 

  • Why it matters: ถ้าคุณรู้แค่ Task (What) คุณจะเขียนโค้ดได้แค่ตามสั่ง แต่ถ้าคุณรู้ Context (Why) คุณจะสามารถ Design Solution ที่ดีกว่าที่ PM คิดได้ด้วยซ้ำ 
  • Challenge: เลิกทำตัวเป็น Function ที่รอรับ Parameter แต่จงทำตัวเป็น AI ที่เข้าใจ Intention ของ User ถ้าเข้าประชุมแล้วยังไม่รู้ว่า “ทำไปทำไม” อย่าเพิ่งถามหา Task แต่ให้ถามกลับไปว่า “Business Goal ของอันนี้คืออะไรครับ?”
  1. The “API Contract” Approach (Input/Output ต้องชัด แต่ Output ไม่จำเป็นต้องเป็น Code)

The Exception: ประชุมจบแล้ว ไม่มี Action Plan ให้ Dev เลย” -> return null;  

The Fix: อย่ามองว่า Output ของการประชุมต้องเป็น Coding Task เสมอไป บางครั้ง Output ของการประชุมคือ “Clarity” (ความชัดเจน) หรือ “Decision” (การตัดสินใจ) 

  • How to: ทรีตการประชุมให้เหมือน API Call 
  • Input: ก่อนเข้าประชุม อ่าน Agenda ให้แตก (Pre-processing) 
  • Process: ถกเถียงกันด้วย Logic และ Data 
  • Output: สรุปให้ได้ว่า “เราจะไปทางไหนต่อ” 
  • ถ้าจบประชุมแล้วไม่ได้ Task เขียนโค้ด แต่ได้ข้อสรุปว่า ฟีเจอร์นี้ยังไม่ควรทำตอนนี้” นั่นถือว่าเป็น Successful Meeting นะครับ เพราะมันช่วย save effort ทีม ไม่ให้ไปเขียนโค้ดที่ไม่มีใครใช้ (Dead Code)
  1. “First Principles Thinking” (ขุดหา Root Cause ดีกว่ารับ Requirement มาแบบ Hardcode)

The Exception: รับ Requirement มาแบบงงๆ ว่า ลูกค้าอยากได้ปุ่มสีเขียวตรงนี้” -> เราก็ก้มหน้าก้มตาทำ –> สุดท้ายมารู้ทีหลังว่า User ไม่ได้อยากได้ปุ่ม แต่อยากได้ทางลัด  

The Fix: หลักการ First Principles ของ Elon Musk ในห้องประชุม หน้าที่ของเราไม่ใช่แค่รับ Requirement มา implement เลย แต่ต้องช่วยทีม Debug ความคิดตั้งแต่นาทีแรก 

  • Challenge: ฝึกตัวเองให้เป็นคน “ขี้สงสัย” (ในทางสร้างสรรค์) 
  • อย่าเพิ่งรีบถามว่า ใช้ Library ตัวไหน?” 
  • ให้ถามว่า ปัญหาจริงๆ ของ User คืออะไร?”  
  • บางทีพอเราเข้าใจ The Why จริงๆ เราอาจจะเสนอวิธีแก้ปัญหาทาง Tech ที่ง่ายกว่า เร็วกว่า และไม่ต้องเขียนปุ่มสีเขียวบ้านั่นเลยก็ได้ 

เพื่อน ๆ ครับ การบ่นว่า ประชุมมีแต่น้ำ” บางทีอาจจะเป็นเพราะเรา Filter หาเนื้อไม่เป็น เองก็ได้ การประชุมที่มีคุณภาพ ไม่ใช่โรงงานผลิต Task แต่เป็นพื้นที่สำหรับ Align Context 

  • เลิกรอให้ใครมาป้อนงาน (Task) 
  • ฝึกสกิลในการจับ “The Why” ให้ได้ 
  • แล้วคุณจะพบว่า การประชุมที่ ไม่มีงานงอก นี่แหละ คือโอกาสทองให้เราได้ใช้สมอง Engineer Design ระบบที่ถูกต้องที่สุดตั้งแต่แรก 

แต่ถ้าใครเจอประชุมที่ไม่ได้ทั้ง Context และ Solution อันนี้ผมก็คงต้องบอกว่า “เหนื่อยหน่อยนะเพื่อน” 

 แล้วพบกันใหม่กับ PRIMO Tech-a-Break ครั้งหน้าครับ 

 

ติดตามบทความใหม่ ๆ คลิกเลย

ติดตามเนื้อหาใหม่ได้ผ่านช่องทาง

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *